เหตุผลที่ไม่ควรมีการกำหนดทรงผมนักเรียน
ก่อนอื่นอยากจะเรียกร้องให้ผู้ที่ได้อ่านบทความนี้ อ่านให้จบ แล้วแสดงความคิดเห็นด้วยครับ ด้วยว่า การพัฒนา จะเป็นไปในทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน จะดีจะเลวก็ให้มันรู้กันไป แล้วขอให้คุยกันด้วยเหตุผลนะครับ ไม่เอาแบบสมองเกรียนนะครับ แนวๆว่า "ไม่พอใจก็ไม่ต้องเรียนสิ"
จากที่เห็นได้ในปัจจุบัน นักเรียน, นักศึกษาวิชาทหาร ถูกบังคับให้ตัดผมสั้นโดยไร้เหตุผลที่สมควร ซึ่งข้าพเจ้าต้องการที่จะร้องเรียน แจ้งให้ทราบ เพื่อที่จะมีการแก้ไข ปรับปรุง ตามสมควร ในบทความต่อไปนี้ ข้าพเจ้าขอใช้สิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ปีพ.ศ.๒๕๕๐ หมวดที่๓ส่วนที่๗มาตราที่๔๕ ในการแสดงความคิดเห็น
ประวัติการตัดผมทรงนักเรียนนั้นได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่๒ ถูกนำมาใช้กับทหารสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1950 และเริ่มกลายเป็นแฟชั่นของพลเรือนจนซาไปในปี ค.ศ. 1960 ซึ่งประเทศไทยได้รับทรงผมทรงนักเรียน อีกทั้งเครื่องแบบต่างๆ มาจากประเทศญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่๒ เช่นกัน และในช่วงสงครามนั้น เกิดเหาระบาดมาก ประชาชนในสมัยนั้นจึงนิยมตัดผมสั้นเกรียน
เหตุผลต่อไปนี้คือเหตุผลที่ไม่ควรมีกฎทรงผมอีกต่อไป
1. เป็นการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หมวด๓ ส่วนที่๓ มาตราที่๒๘ กล่าวว่า
"บุคคลย่อมสามารถอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของประชาชน
บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือจากรัฐ ในการใช้สิทธิตามความในหมวดนี้"
ตามบทบัญญัติดังกล่าว การเลือกทรงผม ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน ดังนั้น การกระทำนี้จึงถือว่าสามารถทำได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว อีกทั้ง รัฐต้องให้ความคุ้มครอง สนับสนุน ช่วยเหลือ ต่อบุคคลนั้นๆด้วย
และตามบทบัญญัติ หมวด๓ ส่วนที่๑ มาตรา๒๙ ว่าด้วยการจำกัดสิทธิเสรีภาพความว่า
"การจำกัดสิทธิเสรีภาพ ของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งต้องไม่กระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้น
การใช้กฎหมายตามวรรค๑ให้ตราได้ เท่าที่จำเป็น และต้องมีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจงหรือมุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และในกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ตรากฎหมายจำกัดสิทธิและเสรีภาพเฉพาะเพื่อการใด ให้ตรากฎหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพได้เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสองให้นำมาใช้บังคับกับกฎที่ออกโดยอาศัยบทบัญญัติแห่งกฎหมายด้วยโดยอนุโลม"
2. ไร้ซึ่งความจำเป็นในการให้นักเรียน นักศึกษา นักศึกษาวิชาทหาร ตัดผมสั้น
แต่เดิมแล้ว กฎทรงผมนี้เป็นกฎของทหาร เพื่อใช้ปลูกฝังการเชื่อฟังคำสั่ง และปลูกฝังอำนาจนิยมให้กับบุคคลที่รับราชการทหาร เพื่อความสะดวกให้การบังคับบัญชาของผู้บังคับบัญชา และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา เนื่องจากทหารเป็นอาชีพที่เร่งรีบ จึงไม่มีเวลาดูแลทรงผม ในปัจจุบัน ระบบการศึกษาได้รับกฎทรงผมนี้เข้ามาใช้กับนักเรียนมานานแล้ว ซึ่งขาดซึ่งความจำเป็น กล่าวคือ ประเทศไทยมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งการปลูกฝังอำนาจนิยมลงไปในตัวเด็กนั้น จะทำให้เด็กนั้นมีทัศนะคติที่เป็นคอมมิวนิสต์ หรือ อัตตาธิปไตย ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมืองมาก หากบุคคลเหล่านั้นดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจสูง ก็จะเป็นการยากที่จะควบคุม และบุคคลดังกล่าว ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนในชีวิตประจำวัน จึงสามารถดูแลทรงผมได้ ดังนั้นการให้นักเรียน นักศึกษา นักศึกษาวิชาทหาร ตัดผมสั้นนั้น จึงไร้ความจำเป็นอย่างยิ่ง
3. การใช้กฎทรงผมบังคับนักเรียน นักศึกษา นักศึกษาวิชาทหาร นั้น มิได้สร้างวินัยให้เยาวชนอย่างแท้จริง หากแต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์เสมือนมีวินัยเท่านั้น
เนื่องจากระเบียบวินัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทำ แต่หากเป็นการกระทำออกมาด้วยจิตสำนึก สังเกตได้จากการที่นักเรียนพอออกนอกโรงเรียน ก็จะปล่อยชายเสื้อ หรืออย่างดีหน่อยก็ถึงบ้านแล้ว ถ้าไม่ได้เปลี่ยนชุด ก็จะปล่อยชายเสื้อ นั่นหมายถึงว่า กฎที่บัญญัติไว้ในโรงเรียนว่า ให้นักเรียนใส่ชายเสื้อไว้ในกางเกง/กระโปรง(สำหรับนักเรียนหญิง ม.ปลาย) ไม่ได้อยู่ในจิตสำนึกของนักเรียน ดังนั้น เหตุผลที่อ้างว่า ให้ตัดผมเพื่อเป็นการสร้างระเบียบวินัยจึงไม่สามารถใช้ได้ ในมุมมองของนักศึกษาวิชาทหารนั้น การที่ระเบียบวินัยหย่อนคล้อย เวลาที่ครูฝึกผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆ นักศึกษาก็จะเล่นกัน หรือตอนออกนอกศูนย์ฝึกไปแล้ว นักศึกษาเองก็ไม่ได้ทำตัวเป็นระเบียบเหมือนตอนอยู่ในการบังคับอีกต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างอันตราย เพราะว่าถ้าเยาวชนถูกปลูกฝังมาให้ทำตามกฎระเบียบอย่างเดียว เยาชนจะไม่รู้จักคิดได้เองเลยว่า สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด หากแต่ทำไปตามที่ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าสั่งเท่านั้น
4. ทำให้เยาวชนคิดไม่เป็น
เยาวชนส่วนใหญ่จะไม่ชอบการตัดผมสั้น แต่ก็จะมีบางส่วนที่จำใจทำ "ทำตามไปเถอะ อย่าไปคิดอะไรเลย มันเป็นกฎ" นั่นหมายถึง เขาจะคิดไม่เป็นว่า สิ่งที่เขาทำอยู่ผิดหรือถูก ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆเท่านั้น เพราะด้วยตัวกฎทรงผมนี้เอง ก็มีข้อเสียหลายประการ มากซะยิ่งกว่าข้อดีเสียอีก
5. ส่งเสริมให้เยาวชน ไม่รักษาสิทธิ
เนื่องจากการเลือกทรงผมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของบุคคลนั้นๆ แต่สถานศึกษากลับเพิกเฉยต่อสิ่งนั้นและตั้งกฎระเบียบอันเข้มงวด ทำให้นักเรียนไม่สามารถรักษาสิทธิของตัวเองได้ นับวันนานไป ก็จะมีแต่คนหมดหวัง หมดอาลัยตายอยาก "อย่าไปสู้เลย อย่าไปเถียงอาจารย์เลย อย่าแสดงความคิดเห็นเลย" ทั้งๆที่เป็นสิทธิของบุคคลนั้นๆ ซึ่งจะเป็นปัญหาในอนาคต เช่นการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง "เลือกไม่เลือกก็เหมือนกันแหละ" หรือในทีสุดก็จะมีบุคคลประเภทขัดขวางการเรียกร้องสิทธิของผู้อื่น เป็นต้น
Credit : แมลงวันสเปอร์ม Sperm Fly (Plug)
Aug 24, 2008
6:59 AM